BodyTite Pro สลายไขมันเฉพาะส่วน พร้อมกระชับผิวย้วยในหนึ่งเดียว!

นวัตกรรมรุ่นใหม่! BodyTite Pro เครื่องกระชับผิวพร้อมสลายไขมันได้ในเครื่องเดียว หลายคนคงพอคุ้นหูกันมาบ้างแล้วสำหรับ BodyTite ว่าแต่ BodyTite Pro ซึ่งเป็นรุ่นใหม่มีความแตกต่างต่างกันอย่างไร หลักการทำงานเป็นอย่างไร มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร เหมาะกับใคร และขั้นตอนการทำมีอะไรบ้าง วันนี้หมอไอซ์ KOL Trainer แพทย์ผู้สอนดูดไขมันประจำ Amara Clinic ศูนย์ดูดไขมันและเติมไขมัน จะขอพาทุกคนมาทำความรู้จักกับนวัตกรรม BodyTite Pro กันแบบละเอียดครับ

ปรึกษาแพทย์ฟรี

BodyTite Pro (บอร์ดี้ไทด์ โปร) คือ เทคโนโลยีที่จะช่วยแก้ไขปัญหาได้ครอบคลุมทั้ง 2 อย่างในเครื่องเดียว นั่นคือ กระชับผิวและสลายไขมัน ด้วยพลังงานของคลื่นความถี่วิทยุ หรือ Radio Frequency Assisted Liposuction (RFAL) โดยเป็นเครื่องในตระกูล BodyTite ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นครับ 

สำหรับเครื่อง BodyTite Pro รุ่นใหม่นี้จะมาพร้อมกับหัว Handpiece ซึ่งมีขนาดที่แตกต่างกัน 3 แบบ โดย Handpiece ที่มีขนาดที่แตกต่างกันนี้เองที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย รวมถึงสลายไขมันส่วนเกินได้ดียิ่งขึ้น ซอกซอนได้แม้ในบริเวณที่เข้าถึงได้ยาก และแพทย์สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมกับในแต่ละเคสครับ

BodyTite

BodyTite

FaceTite

BodyTite

ACCUtite

BodyTite
  • BodyTite (ขนาดใหญ่สุด) เหมาะสำหรับใช้บริเวณลำตัว เช่น หน้าท้อง, ขาด้านใน และก้น ซึ่งมีขนาดแผลเพียง 3-4 มม.
  • FaceTite (ขนาดกลาง) เหมาะสำหรับใช้บริเวณใบหน้า เช่น ร่องแก้มและเหนียงใต้คาง ซึ่งมีขนาดแผลเพียง 3-4 มม.
  • ACCUtite (ขนาดเล็กสุด) เหมาะสำหรับใช้บริเวณใบหน้าและลำตัว ตามบริเวณเล็ก ๆ ที่เข้าถึงได้ยาก เช่น คิ้ว, ใต้ตา, เหนียง, ร่องแก้ม และบริเวณนมน้อย ซึ่งมีขนาดแผลที่เล็กมาก ๆ เทียบได้กับเข็มฉีดฟิลเลอร์

ด้วยขนาดของหัว Handpiece ทั้ง 3 แบบที่มีขนาดเล็ก หลังทำเรียกได้ว่าแทบจะไม่ต้องพักฟื้นเลยครับ นอกจากนี้ เทคโนโลยี BodyTite Pro ยังได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกา (US. FDA) คนไข้จึงสามารถมั่นใจได้ในความปลอดภัยและประสิทธิภาพหลังการรักษาด้วย BodyTite Pro ครับ

BodyTite Pro ทำงานอย่างไร

อย่างที่หมอได้อธิบายไว้ในข้างต้นนะครับว่า เครื่อง BodyTite Pro มีคุณสมบัติทั้งช่วย “ยกกระชับผิวและสลายไขมันส่วนเกิน” โดยหมอจะขออธิบายก่อนว่า ตัว Handpiece จะมีหัว 2 หัว ทั้งด้านบนและล่าง ซึ่งหลักการทำงานของเครื่อง คือ ส่งพลังงานคลื่นความถี่วิทยุแบบ Bipolar ไปยังหัวที่อยู่ด้านบนและด้านล่าง ซึ่งพลังงานคลื่น RF จะสร้างความร้อน 40-60 องศาเซลเซียส โดยหัวด้านล่างที่ถูกสอดเข้าไปยังใต้ชั้นผิวหนังจะมีอุณหภูมิที่สูงกว่าหัวด้านบน จึงทำให้สามารถสลายไขมันได้ และยังสามารถปรับระดับความลึกตามความหนาของชั้นไขมันได้อีกด้วยครับ

BodyTite

 คลื่น RF เข้าไปสลายไขมันพร้อมกระชับผิว

BodyTite

เส้นใย FSN เกาะติดได้ดี ผิวกระชับเรียบเนียน สัดส่วนเล็กลง

กระชับผิวให้ตึง

BodyTite Pro ปล่อยพลังงานคลื่น RF ไปยังชั้นผิวที่หย่อนคล้อย ย้วยยาน ทำให้เกิดการเรียงตัวใหม่ และกระตุ้นการสร้างของคอลลาเจน รวมถึงอิลาสติน นอกจากนี้ ความร้อนจากคลื่น RF จะไปทำให้เส้นใยและคอลลาเจนเกิดการหดตัวกระชับ ส่งผลให้ผิวที่เคยเหี่ยวย่น หย่อนย้วย กลับมาตึงกระชับเรียบเนียนยิ่งขึ้น

สลายไขมันส่วนเกิน

ด้วยความร้อนที่มีอุณหภูมิ 40-60 องศาเซลเซียส ที่มาจากคลื่น RF ซึ่งถูกส่งผ่านมายังเข็มปลายทู่ (หัวด้านล่าง) ที่ถูกสอดเข้าไปยังใต้ชั้นผิวหนัง จะไปช่วยสลายไขมันส่วนเกิน และช่วยให้เส้นใยที่ทำหน้าที่ยึดติดผิว (Fibro Septal Network : FSN) เกาะติดกันได้ดีขึ้น ส่งผลให้สัดส่วนนั้น ๆ ที่ทำการรักษามีขนาดเล็กลง

BodyTite กับ BodyTite Pro ต่างกันยังไง

หลายคนคงคุ้นหูคุ้นตากับเครื่อง BodyTite (บอร์ดี้ไทด์) กันมาบ้างนะครับ บางคนอาจรู้จักกันในนามเครื่องดูดไขมันกระชับผิว และอาจยังสงสัยกันอยู่ว่า BodyTite กับ BodyTite Pro สองตัวนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร สำหรับเครื่อง BodyTite คือ เครื่องรุ่นเก่าที่ถูกนำมาใช้สลายไขมันส่วนเกิน พร้อมกระชับสัดส่วน ซึ่งเป็นรุ่นที่มีมานานพอสมควร และเป็นที่รู้จักกันดีในช่วงแรก ๆ โดยผลลัพธ์นั้นอาจจะช่วยให้สัดส่วนลดลง และช่วยเฟิร์มกระชับผิวได้ 

แต่ทั้งนี้เครื่อง BodyTite รุ่นเก่า ยังมีข้อด้อยหรือข้อจำกัดอยู่ นั่นก็คือ ยังไม่สามารถเก็บรายละเอียดในเรื่องสลายไขมันในจุดที่เข้าถึงยาก หรือจุดเล็ก ๆ ได้ ด้วยเหตุผลนี้เอง จึงทำให้เกิดการพัฒนาตัวเครื่องให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น จนได้เป็นเครื่อง BodyTite Pro ซึ่งเป็นเครื่องรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นหัว Handpiece ที่หลากหลาย ที่ช่วยซอกซอนสลายไขมันและกระชับผิวในพื้นที่เล็ก ๆ หรือจุดที่เข้าถึงยากได้อย่างสบาย ๆ ครับ

Vaser กับ BodyTite ต่างกันยังไง

Vaser กับ BodyTite ต่างกันยังไง เป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัย โดยความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเลยคือ เครื่องเวเซอร์ (Vaser) จะเน้นเรื่องการดูดไขมันในปริมาณเยอะ เรียกง่าย ๆ ว่าเน้นไปที่ดูดไขมันโดยเฉพาะ ส่วนการทำ BodyTite คือ การสลายไขมันได้ปริมาณเล็กน้อย เหมาะสำหรับคนที่มีไขมันส่วนเกินไม่มากนัก และเน้นไปที่การกระชับผิว โดยสรุปแล้ว BodyTite จะเหมาะกับคนที่มีไขมันสะสมปริมาณไม่เยอะ มีผิวย้วยในระดับที่ไม่รุนแรง นั่นเองครับ

แต่ในรายที่มีไขมันส่วนเกินเยอะ ผิวหนังย้วยระดับหนึ่ง แต่ต้องการทำตัว BodyTite Pro ก็สามารถทำได้ (ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์) เพราะตัวเครื่องสามารถต่อเข้ากับหัวดูดไขมันได้ครับ คนไข้ก็จะได้สัดส่วนที่ลีนขึ้นและผิวหนังที่เฟิร์มกระชับได้ในคราวเดียวกัน

BodyTite Pro ทำบริเวณไหนได้บ้าง

BodyTite Pro สามารถทำได้ทั้งบริเวณใบหน้า (เลือกใช้หัว FaceTite หรือ ACCUtite) และบริเวณลำตัว (เลือกใช้ได้ทั้ง 3 หัว) โดยเฉพาะบริเวณที่อาจมีไขมันสะสมอยู่และดูดออกได้ยาก เป็นจุดเล็ก ๆ หรือเป็นจุดที่เข้าถึงได้ยาก เช่น คิ้ว (ยกคิ้วได้), ใต้ตา (ลดถุงใต้ตา ใต้ตาหย่อนคล้อย), ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก, เหนียง, ลำคอ, นมน้อย, ต้นแขนด้านใน, ร่องกล้ามเนื้อหน้าท้อง, ต้นขาด้านใน, หัวเข่า, น่อง หรือข้อเท้า

BodyTite

บริเวณใบหน้า

BodyTite

บริเวณลำตัว

BodyTite Pro เหมาะกับใคร

  • คนที่มีปัญหาผิวหนังไม่กระชับ มีริ้วรอย ผิวเหี่ยวย่น เช่น บริเวณใต้ตา, ลำคอเหี่ยว, แขนห้อยย้วย, ผิวหน้าท้องหย่อนคล้อย
  • คนที่มีปัญหาไขมันสะสมตามจุดเล็ก ๆ เช่น เหนียงใต้คา, นมน้อย หรือ Bra Roll ปีกหลัง
  • คนที่อยากให้ผิวมีความอ่อนเยาว์ เรียบเนียน
  • คนที่ไม่ต้องการผ่าตัด ไม่มีเวลาพักฟื้นนาน
  • คนที่ต้องการลดเลือนริ้วรอยร่องลึกเร่งด่วน
  • คนที่มีงบประมาณจำกัด

ข้อดีของ BodyTite Pro

  • ไม่ใช่การผ่าตัดใหญ่ แผลเล็กมาก ทำเสร็จกลับบ้านได้เลย
  • พักฟื้นเพียงไม่นาน (บางตำแหน่งที่ทำการรักษา แทบไม่ต้องพักฟื้น)
  • ช่วยกระชับผิวหย่อนคล้อย และสลายไขมันได้ในคราวเดียว
  • สัดส่วนที่มีไขมันสะสมเล็กลง ผิวตึงกระชับ
  • รักษาได้แม้ในตำแหน่งเล็ก ๆ เข้าถึงยาก 
  • ใช้เวลารักษาไม่นานเพียง 30 นาที (ขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษาและปัญหาที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล)
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาาเจนในผิว ทำให้ผิวเรียบเนียนเต่งตึง
  • เห็นผลลัพธ์ได้รวดเร็ว 
  • ราคาไม่แรง สบายกระเป๋า
  • ไม่ทิ้งรอยแผลเป็น

ข้อเสียของ BodyTite Pro

  • ในเคสที่มีผิวหนังย้วยระดับรุนแรง หรือในรายที่เคยมีน้ำหนักตัวมาก ๆ ผิวหนังหย่อนคล้อยมาก หรือเคส Plus Size ไขมันสะสมเยอะ ซึ่งอาจต้องพิจารณาตามแต่ละบุคคล และอาจแนะนำให้ทำ J Plasma (เหมาะกับผิวหนังย้วยระดับน้อยถึงปานกลาง) หรือการผ่าตัดหนังหน้าท้องแทน (เหมาะกับผิวหนังหน้าท้องย้วยระดับรุนแรง)

การเตรียมตัวก่อนทำ BodyTite Pro

  • เข้ารับการปรึกษาและตรวจวิเคราะห์สัดส่วนก่อนทำการรักษา
  • หากมีโรคประจำตัว, ประวัติการรักษา, ประวัติการแพ้ยา หรือกำลังรับประทานยาหรือวิตามินเสริมอยู่ ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อน
  • ก่อนทำ BodyTite Pro ควรดื่มน้ำและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หากทำ BodyTite Pro ที่บริเวณใบหน้าหรือเหนียง แนะนำให้งดการแต่งหน้า

ขั้นตอนการทำ BodyTite Pro

การกระชับผิวและสลายไขมันด้วย BodyTite Pro เป็นเพียงแค่หัตถการเล็ก ๆ ไม่ใช่การผ่าตัดใหญ่ แผลเล็กมาก ๆ โดยเฉพาะ ACUUtite ที่มีหัว Cannular เล็กเท่าเข็มฉีดฟิลเลอร์ และใช้เวลาทำเพียง 30 นาที เริ่มด้วยการวิเคราะห์ปัญหาและสอบถามความต้องการของคนไข้ก่อน จากนั้นเป็นขั้นตอนการวางแผนรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย ซึ่งหมอจะต้องมีการประเมินการใช้ Handpiece และหัว Cannular ที่เหมาะสมกับคนไข้ โดยหลังทำการรักษาด้วย BodyTite Pro คนไข้กลับบ้านได้เลย แทบไม่ต้องพักฟื้น โดยขั้นตอนการทำ BodyTite Pro มี 3 Step ที่ไม่ยุ่งยากเลยครับ

Step ที่ 1 : แพทย์ทำการให้ยาชา (Tumescent) กับคนไข้ เพื่อระงับความเจ็บปวดระหว่างทำการรักษา คนไข้อาจรู้สึกเจ็บได้บ้างเล็กน้อย หรือ      

                 ในบางตำแหน่งแทบจะไม่เจ็บเลย

Step ที่ 2 : หลังจากที่ยาชาออกฤทธิ์ แพทย์ทำการเปิดแผลด้วยหัวเข็มขนาดเล็ก

Step ที่ 3 : จากนั้น แพทย์ทำการสอดหัว Cannular เข้าไปยังใต้ชั้นผิวหนังที่ต้องการทำการรักษา ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

การดูแลตัวเองหลังทำ BodyTite Pro

BodyTite
  • หลังทำ BodyTite Pro ในช่วงแรก แนะนำให้หลีกเลี่ยงแสงแดด
  • เดือนแรกหลังทำ BodyTite Pro เลือกใช้สบู่หรือโฟมล้างหน้าที่เป็นสูตรที่อ่อนโยนกับผิว
  • บริเวณที่ทำ ACCUtite หรือ FaceTite ในการกระชับเหนียงและลำคอ จำเป็นต้องใช้ผ้ารัดหน้า เพื่อให้กรอบหน้ากระชับได้ดียิ่งขึ้น
  • งดการทำเลเซอร์บริเวณที่ทำ BodyTite Pro จนกว่าแพททย์จะเห็นสมควร
  • งดสูบบุหรี่และงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังทำ BodyTite Pro ประมาณ 1 สัปดาห์

ผลลัพธ์หลังทำ BodyTite Pro

BodyTite
BodyTite
BodyTite
BodyTite
BodyTite
BodyTite
BodyTite
BodyTite
BodyTite

สรุป

          BodyTite Pro (บอร์ดี้ไทด์ โปร) ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่ถูกพัฒนาจากเครื่องดูดไขมันกระชับผิว BodyTite รุ่นเก่า เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการยกกระชับผิว และสลายไขมันนได้ดียิ่งขึ้น ด้วยหัว Handpiece หลากหลายแบบ ที่สามารถซอกซอนในจุดเล็ก ๆ หรือจุดที่เข้าถึงยากได้ดี ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เป๊ะถึง 2 ต่อ คือ กระชับผิวย้วยพร้อมทำให้สัดส่วนเล็กลงได้ ที่สำคัญเลยคือ แผลเล็กมาก ในบางตำแหน่งที่ทำแทบไม่ต้องพักฟื้น ราคาสบายกระเป๋า นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเลยครับ

Amara Clinic เราเป็นศูนย์ดูดไขมัน-เติมไขมัน-กระชับสัดส่วนโดยตรง ดังนั้น หมอจึงใส่ใจเป็นพิเศษในเรื่องของเครื่องมือที่ทันสมัย และที่สำคัญคือ เราเป็นคลินิกเดียวในขณะนี้ที่มีเครื่องดูดไขมันและกระชับผิวครบทุกพลังงาน ตอบโจทย์ทุกปัญหาสัดส่วนและทุกความต้องการของคนไข้ครับ สำหรับใครที่สนใจ BodyTite Pro หรือสนใจดูดไขมันด้วยเครื่องดูดไขมันชนิดอื่น ๆ สามารถเข้ามาพูดคุยกับหมอกันได้ก่อนตัดสินใจทำ ปรึกษาแพทย์ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ

ปรึกษาแพทย์ ฟรี!

ลงทะเบียนปรึกษา คลิกที่นี่
ติดต่อสาขารัชโยธิน : 062-946-2397
ติดต่อสาขาราชพฤกษ์ : 062-556-6623
ติดต่อทาง LINE : @amaraclinic
กดที่ลิ้งค์นี้ได้เลย >> https://line.me/R/ti/p/@amaraclinic

060564 CTA website line 1
หมอไอซ์

KOL Trainer แพทย์ผู้สอน
ดูดไขมัน Water-jet

นพ. วิษณุ เฮ้งสวัสดิ์ (หมอไอซ์)

ลงทะเบียนปรึกษาฟรี

    [recaptcha]

    cta call1
    cta call2
    CTA LINE